




โรงเรียนอนุบาลโกรกพระ (ประชาชนูทิศ) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2465 มีชื่อว่าโรงเรียนประชาบาลวัดโกรกพระเหนือ มีหลวงศรีสิทธิรักษ์ นายอำเภอโกรกพระ ขุนศึกษาการศึกษาธิการอำเภอโกรกพระ
พระอธิการทองคำ เจ้าอาวาส เป็นผู้จัดตั้งโรงเรียน โรงเรียนตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ อาคารที่ใช้เป็นศาลาการเปรียญ วัดโกรกพระเหนือที่ดินธรณีสงฆ์ เนื้อที่ 47 ไร่ เปิดทำการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ดำรงอยู่ด้วยเงินศึกษาพลี
เมื่อแรกตั้งโรงเรียนมีนักเรียน 55 คน ครู 8 คน คือ
1. นายสนาม สิทธิศาสตร์
2. นายแอ๊ด โยคี
3. นายสอน ม่วงสุข
4. นายสนิท มหาคันธ์
การเปลี่ยนแปลง ปี พ.ศ. 2467 พระครูนิพัทธรรมศาสตร์(นวม) เจ้าคณะของอำเภอโกรกพระ
หลวงสิทธิรักษ์ นายอำเภอโกรกพระ ขุนศึกษาการ ศึกษาธิการอำเภอโกรกพระได้ร่วมกันจัดตั้งโรงเรียนรัฐบาล สร้างอาคารแบบถาวร ( แบบ ขง ยกพื้น ) 3 ห้องเรียนในที่ดินธรณีสงฆ์วัดโกรกพระใต้ เปิดสอนตั้งแต่มัธยม 1 – 3 ได้ดำรงตำแหน่งเป็นโรงเรียนรัฐบาล จนถึง พ.ศ. 2473 เลิกล้มกิจการ ทางราชการได้มอบอาคารเรียนให้แก่โรงเรียนประชาบาลวัดโกรกพระเหนือ โรงเรียนวัดโกรกพระเหนือ ก็ย้ายสถานที่เรียนมาเรียนที่อาคารเรียนที่รัฐเลิกล้มไปใน พ.ศ. 2473 ตั้งชื่อโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนประชาบาลตำบลโกรกพระ 1 โกรกพระประชาชนูทิศ โดยมี นายสนาม สิทธิศาสตร์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ เนื้อที่ดินที่ตั้งอาคารเรียน มี 5 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา และรวมอีกส่วนหนึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ ประมาณ 22 ตารางวา รวมเป็นเนื้อที่ 6 ไร่ การศึกษาของโรงเรียนเจริญขึ้นเป็นลำดับ มีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี สถานที่คับแคบไม่พอแก่การจัดชั้นเรียน
ปี พ.ศ. 2477 ต้องแยกเรียนไปเรียนที่ วัดโกรกพระใต้เป็นบางชั้น มีชั้นเตรียมประถมประถมปีที่ 1 – 2 และประถมศึกษาปีที่ 3
ปี พ.ศ. 2495 นายจรัส สิทธิพงษ์ นายอำเภอโกรกพระ นายนาค สังข์ลำใย ศึกษาธิการอำเภอโกรกพระ พร้อมด้วยพระครูนิพัทธธรรมศาสตร์ (แช่ม สนธิรักษ์) เจ้าคณะอำเภอโกรกพระได้ปรึกษาหารือการสร้างอาคารเรียน เพราะอาคารเรียนเดิมทรุดโทรมมาก และคับแคบ ประกอบกับนักเรียนส่วนหนึ่งต้องอาศัยศาลาการเปรียญวัดโกรกพระใต้ เป็นปัญหาต่อการปกครองของครูและนักเรียน จึงประชุมประชาชนตำบลโกรกพระ ขอความร่วมมือหาทุน สมทบทุนก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โดยรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า เมื่อ พ.ศ. 2495 ขณะรื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า ได้สร้างอาคารเรียนชั่วคราวหลังคามุงจากอยู่ด้านหลังทางทิศตะวันตก ของอาคารเรียนเดิม และได้วางศิลาฤกษ์ อาคารเรียนหลังใหม่ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2496 ดำเนินการก่อสร้างเป็นอาคารเรียนแบบ ป. 2 พิเศษ 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ จำนวน 12 ห้องเรียน ชั้นล่างเป็นผนังกำแพงก่ออิฐ อาคารกว้าง 9 เมตร ยาว 45 เมตร มุขกลางเฉลียงกว้าง 2.00 เมตร เป็นสถานที่เรียนได้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2497 และขอเปลี่ยนหลังคามุงกระเบื้องลอนคู่สีขาว เมื่อ พ.ศ. 2519 ด้วยเงินงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์
ปี พ.ศ. 2496 ทางราชการได้งบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนอีก 1 หลัง ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 27 เมตร สร้างแบบ ป. 1 ก อีกจำนวน 3 ห้องเรียน 1 หลัง ขาดฝ้าและฝากั้นห้องเรียน และได้ย้ายนักเรียนที่เรียนอยู่ตามอาคารเรียนศาลาการเปรียญวัดโกรกพระใต้ อาคารเรียนภาษาจีนที่พ่อค้ายกให้ 1 หลัง
3 ห้องเรียน ปัจจุบันชำรุด และได้รื้อถอนไปแล้ว
ปี พ.ศ. 2502 ได้งบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบกองการศึกษาพิเศษ อีก 1 หลัง จำนวน 8 ห้องเรียน
สร้างเสร็จใช้เป็นสถานที่เรียนเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2502 แต่ยังขาดฝาชั้นล่าง
ปี พ.ศ. 2521 และ 2522 จึงได้งบประมาณซ่อมแซมครั้งที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาทครั้งที่ 2
เป็นเงิน 120,000 บาท
ปี พ.ศ. 2510 ต่อเติมอาคารเรียนแบบ ป. 1 ก อีก 2 ห้องเรียนใช้เป็นอาคารเรียนของชั้นเด็กเล็ก
ปี พ.ศ. 2529 ได้รับรางวัลพระราชทานจากสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยมีนายชลัท เฉลยทรัพย์ อาจารย์ใหญ่ไปรับรางวัลโรงเรียนรางวัลพระราชทาน
ปี พ.ศ. 2531 ได้รับงบประมาณสร้างส้วมแบบ สปช. จำนวน 4 ที่นั่ง
ปี พ.ศ. 2532 ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ สปช . 2/28 เป็นตึก 3 ชั้น 18 ห้องเรียน งบประมาณ 3,880,000 บาท (สามล้านแปดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)
ปี พ.ศ. 2533 ได้งบประมาณสร้างอาคารเอนกประสงค์แบบ 205 / 26 เป็นเงิน 949,000 บาท
(เก้าแสนสี่หมื่นเก้าพันบาทถ้วน)
ปี พ.ศ. 2540 ได้งบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ โดยการสนับสนุนจาก นายภิญโญ นิโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต 1 สร้างอาคารโรงอาหารเป็นเงิน 513,000 บาท
(ห้าแสนหนึ่งหมื่นสามพันบาทถ้วน)
ปี พ.ศ. 2545 ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ สปช . 2 / 28 เป็นตึก 3 ชั้น 15 ห้องเรียน งบประมาณ 5,179,500 บาท (ห้าล้านหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันห้าร้อยบาทถ้วน)
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2530 นายมงคล น้อยเอี่ยมได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโกรกพระใต้ โดยการปรับขยายตำแหน่งคนแรก
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 นายลำพอง บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนพยุหะศึกษาคาร สปอ. พยุหะคีรี มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโกรกพระใต้
วันที่ 10 พฤษภาคม 2541 นายลำพอง บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิต
นายสมพงษ์ เกษสาคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสืบแทน
วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 นายนิพนธ์ พิลึก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพนาสวรรค์ สปอ. แม่เปิน มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโกรกพระใต้
วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2548 นายเสน่ห์ มูลเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชุมแสง (วัดทับกฤชกลาง) มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลโกรกพระ (ประชาชนูทิศ)
วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552 นายสุทัศน์ ธำรงค์วัฒนกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย (วัดส้มเสี้ยว) มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลโกรกพระ (ประชาชนูทิศ)
วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ นายสวัสดิ์ มาศขาว ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินสะเดา มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลโกรกพระ (ประชาชนูทิศ)
วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕61 นายสมนึก ชูชีพ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาถ้ำพระ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลโกรกพระ (ประชาชนูทิศ)
วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 นางสลิลทิพ ชูชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศาลาแดง มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลโกรกพระ (ประชาชนูทิศ) จนถึงปัจจุบัน
1.2 ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม
สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะ เป็นชุมชนตลาดประชากรส่วนใหญ่ใช้วิถีชีวิตลักษณะของสังคมเมืองมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างสมบูรณ์ แต่มีบางส่วนมีวิถีชีวิตของสังคมชนบท บริเวณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ ที่ว่าการอำเภอโกรกพระ วัดโกรกพระเหนือ ตลาดสด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สถานีตำรวจภูธร โรงเรียนเอกชน อาชีพหลักของชุมชน คือ เกษตรกรรม ทำนา ทำสวน ปลูกผัก หาปลา เนื่องจากประชากรอาศัยอยู่บริเวณที่ราบริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยา ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประเพณี/ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปคือประเพณีสงกรานต์ เข้าพรรษา ลอยกระทง ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทุกครัวเรือนมีความสัมพันธ์กับโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลาง โดยโรงเรียนได้ร่วมกิจกรรมทุกอย่างในชุมชน เช่นวันสงกรานต์ วันลอยกระทง วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษา วันสำคัญอื่น ๆ รวมทั้งงานประเพณีแต่งงาน งานศพ ชุมชน ให้ความร่วมมือสนับสนุนในรูปแบบของ วัสดุ สิ่งของ เงิน อาหารกลางวัน ทุนการศึกษานักเรียน
ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับ ป.6 – ม.3 อาชีพหลัก คือรับจ้างทั่วไป ร้อยละ ๙๐ นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ ๙๙ ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว ต่อปี ๔๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๔ คนเฉลี่ยต่อครอบครัว
โอกาสและข้อจำกัดของโรงเรียน โรงเรียนตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนตลาดใกล้สถานที่สำคัญทางราชการหลายแห่ง เช่นที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ วัด ตลาด โรงพยาบาล สำนักงานสาธารสุข ไปรษณีย์ ที่ว่าการ อบต. เทศบาล ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ชุมชนมีความสัมพันธ์กับสถานศึกษาดี สภาพชุมชนสงบเรียบร้อย แต่ชุมชนยังมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาน้อย เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ต้องทำมาหากิน และคิดว่าตนเองมีการศึกษาน้อย ไม่มีเวลา จึงไม่ค่อยกล้าแสดงออก บางส่วนของชุมชนมีแหล่งมั่วสุมก่อความรำคาญอาจเสี่ยงต่อยาเสพติด
1.3 แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
การเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของท้องถิ่น เป็นช่องทางในการประยุกต์เอาภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีจุดเด่น ที่สามารถพิสูจน์ตัวเองในการยืนหยัดอยู่รอดได้ ท่ามกลางกระแส การล่มสลายของชุมชนและการทรุดโทรมของสิ่งแวดล้อมดังกล่าว มาสู่หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ในแนวทางของการคิดปฏิบัติจริง จากการประยุกต์ปรับปนภูมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาไทยกับภูมิปัญญาสากล เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบคุณค่าภูมิปัญญาที่มีในท้องถิ่นที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของชุมชน และสามารถประยุกต์ใช้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นใกล้สถานศึกษา ได้แก่
1. ทุ่งนาตาทอง หมู่ที่ 1 ตำบลโกรกพระ อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์
2. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หมูที่ 5 ตำบลโกรกพระ อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์
1.4 การบริหารจัดการแนวทางการจัดการศึกษา
วิสัยทัศน์ ( VISION )
“ ภายในปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลโกรกพระ (ประชาชนูทิศ) มุ่งพัฒนาให้เป็นสถานศึกษาปลอดภัย ใส่ใจสิทธิและโอกาส เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการร่วมประสานพัฒนาคุณภาพผู้เรียน”
สถานศึกษาปลอดภัย หมายถึง บรรยากาศ สภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาน่าอยู่ น่าเรียน ตระหนักถึงความปลอดภัย ป้องกันผู้เรียนจากการถูกคุกคาม การบูลี่ ผู้เรียนมีสุขภาวะที่ดี มีภาคีเครือข่าย
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ หมายถึง ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนการศึกษามีระสารสนเทศที่ทันสมัย บริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมทุภภคส่วนโปร่งใส ตรวจสอบได้
ร่วมประสานพัฒนาคุณภาพผู้เรียน หมายถึง ผู้เรียนมีนวัตกรรมในการบริหารจัดการ ครูมีนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีทักษะในศตวรรษที่ 21 มีคุณธรรมจริยธรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครือข่ายมีส่วนร่วม ส่งเสริม สนับสนุน
อัตลักษณ์ “ แต่งกายดี มีมารยาทงาม ”
เอกลักษณ์ “ ประพฤติดี มีมารยาท ”
คำขวัญของโรงเรียน “ประพฤติดี มีปัญญา เป็นประชาธิปไตย ใส่ใจสิทธิเด็ก”
ปรัชญาของโรงเรียน “สร้างคนดี ศรีสังคม”
